ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

"ขอพระองค์ทรงพระเกษมสันต์...เป็นมิ่งขวัญคนไทยทุกถิ่นฐาน...มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน...พระภูบาลคุ้มเกล้าเราชาวไทย"

จินตนาการผ่านคำพร่ำอักษร..มิใช่กลอนชีวิตลิขิตเขียน..ด้วยสนุกสุขใจจึงใฝ่เพียร..หากผิดเพี้ยนติติงขอวิงวอน
---->>
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ --พระธรรมกลอน-- แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ --พระธรรมกลอน-- แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สัจธรรม" กับ "สัตว์จะทำ




"สัจธรรม" กับ "สัตว์จะทำ"


"สัจธรรม"ความจริงสิ่งประเสริฐ
จุดกำเนิด เป็นไป ในวิถี
วัฏจักรชีวิต ผิด ถูก มี
เป็นคำนี้ ชี้ชัด "สัจธรรม"

"สัตว์จะทำ" คำนี้ ชี้ความชั่ว
หลงเมามัว ดื้อดึง จึงถลำ
เพื่อประโยชน์ ตนเห็นเป็นกอบกำ
ใครเดือดร้อน "สัตว์จะทำ" ก็ทำลง

คำพ้องเสียง เบี่ยงความหมาย ให้ได้เห็น
คือประเด็น ชื่อเปรียบ นำเทียบส่ง
เปิดใจว่าง ให้กว้างนิด คิดเจาะจง
อย่าได้หลง มองแต่ แค่มุมตน

ก่อนจะว่าผู้ใด ว่าใจสัตว์
ช่วยมองเรื่อง ให้ชัด จัดเหตุผล
หากใจแคบ มองแบบ ไม่แยบยล
แล้วพุ่งชนหาความลามเข้าตัว

ภ.ภาพวาด
พ.๓.๗.๒๕๕๖

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

จิตต่ำ.ธรรมเสื่อม




~ จิตต่ำ.ธรรมเสื่อม ~


พุทธองค์ทรงสละละลงได้
ด้วยหทัยมั่นคงปลงสังขาร
บารมีสั่งสมมานมนาน
มวลหมู่มารจึงพ่ายเดชพระเดชา

แต่มนุษย์ปุถุชนคนวันนี้
เสื่อมความดีใจเยือกเย็นเป็นปัญหา
เที่ยวเธคผับตามทาง ห่างวัดวา
แม้ศิลห้ายังผิดลองคิดดู

ความเจริญศิวิไลพาใจต่ำ
ความมืดดำครอบคลุมทุกมุมหมู่
ความชั่วช้าทำไปทั้งใจรู้
ความออดสูจึงบังเกิดเปิดอำนวย

จิตเสื่อมธรรม ธรรมถูกกลืนยากขืนขัด
คนใจสัตว์เกลื่อนก่ายคล้ายจิตป่วย
ยึดสังขารโลภหลงอย่างงงงวย
ร้องเทพาช่วยด้วยขอหวยดัง

ภ.ภาพวาด
อา.๒๔.๓.๒๕๕๖

อย่างรู้ค่า





~ อย่างรู้ค่า ~

ละทิฐิสติตั้งลองนั่งคิด
ที่ยึดติดกับโลกล้วนโศกเศร้า
มองมันเป็นลมจางแสนบางเบา
กระทบเข้าผิวกายแล้วหายไป

เมื่อมีเกิดมีดับสลับเปลี่ยน
คือวงจรวนเวียนเขียนขึ้นใหม่
ทั้งคนสัตว์พันธุ์พืชอยู่ยืดไย
ต้องสูญตามอายุขัยของวัยวัน

ใช้เวลากับชีวีที่มีอยู่
อย่างเรารู้คุณค่าพาสุขสันต์
มอบความรัก รับความรัก รู้จักมัน
ให้ทุกสิ่งที่มีนั้นคือฝันงาม
.........

ภ.ภาพวาด
พ.๑๔.๓.๒๕๕๖

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ธรรมชาติ..ธรรม





ธรรมชาติ..ธรรม


ธรรมชาติ ประกาศธรรม นำชีวิต
ผู้รู้คิด รู้ธรรม จึงทำได้
วงจรเปลี่ยน เวียนปรับ สลับไป
คือกลไก ธรรมวาง ต่างแสดง


วัฏฏะโลก วัฏฏะธรรม สื่อนำสอน
ทุกขั้นตอน เตือนใจ ให้เห็นแจ้ง
เพียงมุนษย์ หยุดตรอง ลองพลิกแพลง
จึงเห็นแสง แห่งธรรม นำชีวี

ภ.ภาพวาด
ศ.๕.๑๐.๒๕๕๕

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

กระทำกรรม




กระทำกรรม


หลายปัจจัย สร้างเหตุ กิเลสขึ้น
ให้หลงมึน มัวเมา จนเราแย่
ที่ถูกผิด คิดได้ กลับไม่แคร์
ขอเพียงแค่ บรรลุเป้า เราต้องการ

กระทำกรรม ช่ำชอง ว่าต้องได้
จะของใคร ไม่สน ตนขอผ่าน
แค่ให้มี สิ่งนี้มา พาสำราญ
ส่วนใครต้อง ทรมาน ใช่งานเรา
.........

ภ.ภาพวาด

วัฏฏะโลก








วัฏฏะโลก



เป็นวัฏฏะของโลกใช่โชคราง
ทุกสิ่งอย่างเวียนว่ายได้เสกสรร
คนและสัตว์เกิดตายได้เหมือนกัน
อย่ายึดมั่นครอบครองว่าของตัว

หนึ่งชีวิตคิดค้นเหตุผลพร้อม
จะยินยอมหรือไม่นั้นรู้กันทั่ว
ต้องตามบุญตามกรรมที่นำทัวร์
จะมืดมัวหรือสว่าง..เราสร้างมา
.........

ภ.ภาพวาด


กิเลสโลก..กิเลสธรรม







กิเลสโลก..กิเลสธรรม


ขึ้นชื่อว่า "กิเลส" เป็นเหตุต้น
ต้องหวังผล พึงได้ ใจถลำ
แบบแผนสร้าง วางล่อ สิ่งต่อนำ
เพื่อผลล้ำ ส่งยื่น ได้คืนมา


กิเลสโลก โลภมาก อยากจะได้
มักฝักใฝ่ ครอบครอง ของมีค่า
ยึดสังขาร ลุ่มหลง ดงมายา
อีกตัณหา ครอบงำ ชักนำไป


คิดบำเรอ ปรนเปรอกาย สบายพร้อม
วัตถุล้อม ค่านิยม สมสมัย
หลากวิธี ยื้อแย่ง แข่งชิงชัย
เพียงให้ได้ ให้มี เท่านี้พอ


กิเลสธรรม ใช่ประเสริฐ หากเกิดผล
มีหลายคน มุ่งบุญ ให้หนุนต่อ
หวังฐานะ มั่งมี ที่คอยรอ
เลยทุ่มก่อ อัดจ่าย ไม่คำนึง


แม้จะเป็นกิเลส เหตุดีสร้าง
แต่ทำอย่าง มุ่งหวัง ยังสิ่งหนึ่ง
ผลที่ออก บอกสื่อ อย่าดื้อดึง
มันก้ำกึ่ง ไม่ผ่อง ดุจทองปลอม


แต่หากลด ละวาง ห่างกิเลส
ไม่ขีดเขต ความดี ที่หล่อหลอม
บริสุทธิ์ ใจจริง สิ่งนอบน้อม
ทุกอย่างย่อม บรรเจิด เกิดตามควร
.........

ภ.ภาพวาด
ศ.๗.๙.๒๕๕๕

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

พึ่งทางธรรม





พึ่งทางธรรม


พึ่งทางธรรม นำใจ ให้ผุดผ่อง
ตามครรลอง พระสัมมา พาหลีกหนี
ทุกข์รุมเร้า เข้าโถม แล่นโจมตี
จึงหาที่ พึ่งพัก ยามรักจาง


เหนื่อยวิ่งตาม ถามข่าว มีสาวทั่ว
ทำใจมัวหม่นหมอง จึงต้องห่าง
ใช้ธรรมะ สกัด จัดหนทาง
หมายอยู่อย่างสงบ ลบภาพเธอ


แม้ลำบาก ยากอยู่ รู้ทีแรก
อกแทบแตก ด้วยจิต คิดเสมอ
มันโหยหา พาใจ ให้อยากเจอ
น้ำตาเออ ภาพรักซ้อน รุ่มร้อนใจ


และเมื่อล่วง ช่วงช้ำ มิย่ำแย่
ทุกอย่างแปร เป็นงามความสดใส
ฟ้าที่ถูก เมฆบัง ยังวิไล
ชีวิตใหม่ เริ่มต้น คนเต็มคน
.........

ภ.ภาพวาด
ส.๒๖.๕.๒๕๕๕

วันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553

อภิญญา




























อภิญญา แปลว่า ความรู้ยิ่ง หมายถึงปัญญาความรู้ที่สูงเหนือกว่าปกติ เป็นความรู้พิเศษที่เกิดขึ้นจากการอบรมจิตเจริญปัญญาหรือบำเพ็ญกรรมฐาน
อภิญญา ในคำวัดหมายถึงคุณสมบัติพิเศษของพระอริยบุคคลซึ่งเป็นเหตุให้มีอิทธิฤทธิ์ ต่างๆ มี 6 อย่าง คือ
1. อิทธิวิธิ แสดงฤทธิ์ได้ เช่น ล่องหนได้ เหาะได้ ดำดินได้
2. ทิพพโสต มีหูทิพย์

3. เจโตปริยญาณ กำหนดรู้ใจผู้อื่นได้
4. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติได้
5. ทิพพจักขุ มีตาทิพย์
6. อาสวักขยญาณ รู้การทำอาสวะให้สิ้นไป


อภิญญา 5 ข้อแรกเป็นของสาธารณะ (โลกียญาณ) ข้อ 6 มีเฉพาะในพระอรหันต์
ถ้า พบผู้แสดงฤทธิ์ได้ อย่าพึ่งหมายว่าผู้นั้นจะเป็นอริยบุคคล


การได้อภิญา โดยมากมาจากสาย สมถะภาวนา คือเริ่มจากการทำสมาธิ
จนได้ ณาณ ถึงขั้นที่4 ที่เรียกว่าจตุถณาณ ขึ้นไป จึงจะแสดงอิทธิได้ ณาณนี้มีได้ก็เสื่อมได้ ส่วนอภิญญาข้ออื่น ณาณ ต้องสูงขึ้นไป โดยมากจะเป็นพระ อริยสงฆ์เจ้า ที่ได้ ส่วนอภิญญาข้อที่ 6 การทำกิเลส ให้สิ้นไปนั้น สามารถมาจาก 2 สาย คือพระอรหันต์ ที่มาจากสาย สมถะภาวนา เจริญสมาธิเป็นพื้น และมาจากสาย วิปัสนา การเจริญปัญญา เช่นการเจริญ มหาสติปัฏฐาน

ขอขอบ คุณ พี่แดง และ พี่มุจจลินทร์ มากเลยค่ะ (ตามหามานานอิอิ) เวบ http://www.trytodream.com/topic/13590.30


วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พระธรรมกลอน19
















..บทกลอนธรรมภาษิต..

อันบุญทาน การกุศล ควรทำเถิด
เราตายเกิด ชาติไหน ไม่หมองศรี
รูปจะสวย รวยทรัพย์ ปัญญามี
เป็นคนดี พร้อมได้ ทั้งกายใจ

พ้นกะเทย เบ้ยบ้า ตาหูหนวก
อีกจำพวก เดินไม่รอด ไปทางไหน
น่าสมเพช เวทนา น่าน้อยใจ
ทำบุยไว้ ช่วยอุดหนุน บุยค้ำชุ

การเกิดแก่ เจ็บตาย ให้สำนึก
ควรระลึก เข้าไว้ ให้ทุกผู้
ทั้งเศรษฐี ยาจก ทาส ปราชญ์วิญญู
ใครจะอยู่ พ้นตาย นั้นไม่มี

เมื่อตายแล้ว ก้เวียนเกิด กำเนิดใหม่
ท่องเที่ยวไป ในสงสาร หมดทางหนี
ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย แต่ละที
จะเกิดดี ตายดี อยู่ที่กรรม

ถ้าทำดี บุญมี กุศลช่วย
เอื้ออำนวย กุศลชุบ อุปถัมภ์
พ้นเปรตสัตว์ อสุรา กุศลนำ
ช่วยจุนค้ำ สู่สวรรคื ชั้นนิพพาน

ถ้าทำชั่ว จะพาตัว ไปสู่ทุกข์
เข้าบั่นบุก ในนรก แดนสถาน
ต้องทนทุกข์ เวทนา สุดประมาณ
ขอเชิยท่า หญิงชาย สร้างความดี

อันศีลทาน ภาวนา อุตส่าห์สร้าง
หมั่นปล่อยวาง สังขาร ในทุกที่
ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ท่านทรงชี้
หนทางนี้ ใครเดินอยู่ สู่นิพพาน

จะช้าเร็ว อยุ่ที่สร้าง การกุศล
บำเพ็ญตน ภาวนา กัมมัฏฐาน
ละกิเลส ตัณหา อุปาทาน
จิตฟุ้งซ่าน ใจเศร้าหมอง อย่าให้มี

เอาศีลธรรม ถือประจำ ในชีวิต
บำเพ็ญจิต ปล่อยวาง เข้าทางหนี
ตัวกิเลส โลภ โกรธ หลง อย่าให้มี
หนทางนี้ ท่านชี้ไว้ ในพระธรรม

กรรมนี้แล สุดแล้วแต่ ท่านจะคิด
กระแสจิต ของท่าน ขั้นสูงต่ำ
ท่านจะเชื่อ หรือไม่เชื่อ บาปบุญกรรม
เชิญท่านทำ กรรมนั้น ของท่านเทอญ

จาก..หนังสือสวดมนต์
.

พระธรรมกลอน18













..โลกรอด..เพราะ กตัญญู..


อันบุคคล กตัญญู รู้คุณโลก
อุปโภค.. บริโภค.. มีให้หลาย
ข้าวหรือเกลือ ผักหรือหญ้า ปลาหรือไม้
รู้จักใช้ อย่าทำลาย ให้หายไป

อนึ่งคน ต่อคน ทุกคนนี้
ล้วนแต่มี คุณต่อกัน นั้นไฉน
มองให้ดี ดุให้เห็น เช่นนั้นไซร้
โลกรอดได้ เพราะกตัญญู รู้คุณกัน

ประเทศชาติ ศาสนา มหากษัตริย์
รวมเป็นอัตตภาพไทย ใหญ่มหันต์
รอดมาได้ เพราะรักใคร่ อย่างผูกพัน
เพราะกตัญญู มีให้กัน ที่ใจเอย

จาก..หนังสือสวดมนต์
.

พระธรรมกลอน17














..เป็นมนุษย์ หรือ เป็นคน?..


เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง
เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน
ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน
ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา

ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ
ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสา
เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา
เปรมปรีดา นวัน สุขสันต์จริง

ใจสกปรก มืดมัว และร้อนเร่า
ใครมีเข้า ควรเรียก ว่าผีสิง
เพราะพูดผิด ทำผิด จิตประวิง
แต่ในสิ่ง นำตัว มั่วอบาย

คิดดูเถิด ถ้าใคร ไม่อยากตก
จงรีบยก ใจตน รีบขวนขวาย
ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย
ก้สมหมาย ที่เกิดมา อย่าเชือนเอย

จาก..หนังสือสวดมนต์
.

พระธรรมกลอน16













..มองแต่แง่ดีเถิด..


เขามีส่วน เลวบ้าง ชั่วหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย

จะหาคน มีดี โดนส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเอย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง

จาก..หนังสือสวดมนต์
.

พระธรรมกลอน15














อย่าดูหมิ่น บุญกรรม จำนวนน้อย
มันจะคอย ตามต้อง สนองผล
เหมือนตุ่มใหญ่ เปิดหงาย รับสายชล
ย่อมเต็มล้น ด้วยอุทก ที่ตกลง

สาธุชน สั่งสม บ่มบุญบ่อย
ทีละน้อย แนบไว้ มิไหลหลง
บุญนั้นย่อม เต็มพลัน ด้วยมั่นคง
กุศลส่ง สู่สถาน นิพพานเอย

จาก..หนังสือสวดมนต์
.

พระธรรมกลอน14











ตนเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด
ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน
ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน
ตนแชเชือน ใรจะเตือน ให้ป่วยการ

จาก..หนังสือสวดมนต์
.

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พระธรรมกลอน13

..ลำดวน..

ลำดวนดง คงไว้ ซึ้งใบเขียว
ไม่แห้งเหี่ยว ใบแข็ง แกร่งจริงหนอ
ยามได้ฝน ชุ่มฉ่ำ พรำพะนอ
พลันเกิดก่อ กลีบกลิ่น ประทนใจ

ด้วยใบเขียว กลีบแข็ง แฝงด้วยกลิ่น
กลบไอดิน หอมกรุ่น ละมุนไหม
รากเป็นยา ให้คุณ สมุนไพร
ทั้งดอกใบ คงค่า น่านิยม

เปรียบคนแก่ แก่กาย แต่ใจแกร่ง
แอบซ่อนแฝง ความดี มีสะสม
แม้เรือนร่าง โรยรา น่านิยม
ยังอบรม ลูกหลาน อ่านวิชา

เยาวชล อ่อนวัย ไทยทั้งผอง
ร่มโพธิ์ทอง ของเจ้า เฒ่าแล้วหนา
คุณแม่-พ่อ ยาย-ย่า ปู่และตา
เลี้ยงดูมา ควรสนอง ตรองให้ดี

ลำดวนแกร่ง แกร่งแก่ เฉกแม่พ่อ
ผลิ-ดอกช่อ งามเลิศ เกิดกลิ่นสี
ดังลำดวน หอมปลูก เป็นลูกดี
ครูเฒ่านี้ คนแรก คือพ่อเรา

ถึงเวลา ใส่ปุ๋ย ลำดวนแล้ว
โอ้ลูกแก้ว เลี้ยงใจ อย่าให้เฉา
ไม่โศกศัลย์ บรรพ-บุรุษเรา
ไม่โศกเศร้า หอมหวน ลำดวนไทย
.
จาก..หนังสือสวดมนต์
.

พระธรรมกลอน12









..ภาษิตธรรมของท่านพ่อบัณฑรูสิงห์..

เขาไม่ถาม อย่าตะกราม ตะกละกล่าว
ไก่สามหาว มิใช่ยาม ตะกรามขัน
กลัวไว้หน้า กล้าไว้หลัง ระวังทัน
คนทุกวัน แปดเหลี่ยม สิบสองคม

คนน้าเนื้อ ใจเสือ ก็เหลือคบ
ข้างนอกกลบ หวานไว้ ข้างในขม
มะนาวเกลี้ยง ก้ไม่ล้น เท่าคนกลม
เร็วกว่าลม เหลี่ยมลบ ตลบตะแลง

ฝนจะตก เท่าไหร่ น้ำไม่ขัง
ย่อมไหลหลั่ง ลงรู คุระแหง
รสไม่รู้ ดุจจวัก ที่ตักแกง
ปากแหว่งแหว่ง เปรี้ยวหวาน ไม่พาลรู้

ถึงมีหู มีอยู่..ดัง..หูกะทะ
มีตาปะ..ดั่ง..สัปปะรด น่าอดสู
มีปาก ปากก็ห้อย เหมือนหอยปู
มีเท้าคู้ มือตาย เหมือนไม่มี

กระจกส่อง มองเด่น แลเห็นหน้า
ปัญญาส่อง ปัญญา ชี้แจ่มใส
ตัวของตัว ชั่วดี มีเพียงใด
ไม่ต้องไป หาหมอดู ก็รู้ดี

จิตไม่ตาย รูปไม่ตาย อย่าหมายผิด
รูปกับจิต บอกหมด ปลดสงสัย
รูปทั้งกอง เหมือนฟอง ชลาลัย
เด่นขึ้นได้ ย่อมสลายเร้น เป็นธรรมดา
.
จาก..หนังสือสวดมนต์
.

พระธรรมกลอน11










ชายข้าวเปลือก หญิงข้าวสาร โบราณว่า
น้พึ่งเรือ เสือพึ่งป่า อัชณาสัย
เราก็จิต คิดดูเล่า เขาก็ใจ
ผูกอื่นใด ผูกไมตรี ดีกว่าพาล
.
จาก..หนังสือสวดมนต์
.

พระธรรมกลอน10









อันทานศีล ภาวนา อย่าเลยละ
อุตสาหะ เสริมสร้าง ทางสวรรค์
นิสัยส่ง คงนิพพาน ไม่นานครัน
เกษมสันต์ แสนสุข สิ้นทุกข์ภัย
.
จาก..หนังสือสวดมนต์
.

พระธรรมกลอน9








จงสำรวม กายใจ ใฝ่ธรรมะ
หมั่นชำระ จิตสะอาด สมมาดหมาย
เลิกลุ่มหลง ชัง-รัก จักสบาย
เตทั้งหลาย แน่แท้ เกิดแต่ตน

จาก...หนังสือสวดมนต์
.