ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

"ขอพระองค์ทรงพระเกษมสันต์...เป็นมิ่งขวัญคนไทยทุกถิ่นฐาน...มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน...พระภูบาลคุ้มเกล้าเราชาวไทย"

จินตนาการผ่านคำพร่ำอักษร..มิใช่กลอนชีวิตลิขิตเขียน..ด้วยสนุกสุขใจจึงใฝ่เพียร..หากผิดเพี้ยนติติงขอวิงวอน
---->>

วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เข้าใจตัวเอง






..เข้าใจตัวเอง..



คิดอะไร ได้มาก หลังจากนิ่ง
เพราะทุกสิ่ง จริงแล้ว พี่แล้วจ๋า
มันอยู่ใกล้ ปลายจมูก ติดลูกตา
เพียงแต่ว่า ถูกขัง ฝังก้นใจ



ในวันนี้ ที่วาง หาทางแก้
จึงได้แล แท้ถ่อง ความผ่องใส
เห็นจุดมอด บอดมี ที่เป็นไป
กับทางใหม่ ให้ก้าว ไม่ร้าวราน



หนูเอาตัว ไปพัวพัน ไม่ปั่นแบ่ง(เวลา)
จึงหมดแรง แก่งกำลัง เหมือนครั้งผ่าน
ทำให้ใจ ไร้ความสุข ทุกข์รุกราน
ทรมาน นานนับ กับชีวิน



อารมณ์ที่ มีนั้น มันไม่นิ่ง
คอยแต่ทิ้ง ดิ่งร่วง ดังถ่วงหิน
สุขเดี๋ยวเดี๋ยว เปลี่ยวเหงา เศร้าอาจิณ
ให้หมดสิ้น ความเยือกเย็น เคยเป็นมา



พอได้มอง ตรองดู จึงรู้แจ้ง
ว่าเรี่ยวแรง แห่งใจ ที่ใฝ่หา
คือความเป็น ตัวเรา แต่เยาว์นา
ที่ใครว่า ข้าหยิ่ง หญิงทนง



น้องพูดน้อย กับคนทัก ไม่มักจี่
น้องพูดดี กับคนดี ที่เสริมส่ง
น้องพูดหยอก หลอกเล่น เช่นคนตรง
น้องพูดปลง กับคนร้าย ที่หมายลวง



แต่ที่ผ่าน นานมา นั้นหาใช่
ด้วยเอาใจ ใส่หน้าเว็บ เก็บเป็นห่วง
ทิ้งบทกลอน ย้อนคำ ช้ำแดดวง
จึงเป็นบ่วง ควงครอง ให้หมองใจ



ต่อแต่นี้ พี่จ๋า ข้าคิดแล้ว
จะแน่แน่ว แถวเส้น ขีดเน้นใหม่
ทำสิ่งชอบ ตอบกลอน อักษรไทย
ไม่หลงใหล ในสิ่งฝืน หลับชื่นชม



เวลาวัน สองวัน ฉันใช้สิทธิ์
ตรองและคิด จิตหม่น ทนขื่นขม
ต้นกำเนิด เกิดมี ที่พาตรม
ไม่เป็นปม จมไป ในใจเรา



รู้ช่องทาง สร้างก่อ ก็แก้ไข
หาทางไป ได้ดี ไม่มีเศร้า
จากยิ้มร่า ตาไซร้ ไร้แสงเงา
ก็วับวาว ราวเหงา เศร้าไม่มี


ภาพวาด


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น